เทอมนี้มีนักเรียนทั้งหมด 27 คน น่ารักมาก

ทองกวาว

พันธุ์ไม้ประจำจังหวัด เชียงใหม่

ชื่อพันธุ์ไม้ ทองกวาว

ชื่อสามัญ Flame of the forest, Bastard Teak, Bengal kinotree, Kino tree

ชื่อวิทยาศาสตร์ Butea monosperma Kuntze.

วงศ์ LEGUMINOSAE

ชื่ออื่น กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ) , จอมทอง (ภาคใต้) , จ้า (เขมร) , ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ ทองต้น (ภาคกลาง)

ลักษณะทั่วไป

เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 8 – 15 เมตร เปลือกสีเทาคล้ำแตกเป็นร่องตื้นๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบออกสลับกัน ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งก้านและที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลืองถึงแดงแสด ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ผลเป็นฝักรูปขอบขนานแบน มีเมล็ดที่ปลายฝัก ลักษณะของพืช ?

พบขึ้นกระจายทั่วไปตามที่ราบลุ่มในป่าเบญจพรรณ ที่ราบลุ่มในป่าผลัดใบ ป่าหญ้าหรือป่าละเมาะที่แห้งแล้ง พบมากทางภาคเหนือ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 80- 300 เมตร

มีลำต้นสูงประมาณ 8 -15 เมตร “ ลำต้น ” ส่วนมากจะไม่ค่อยตรง คดงอ เท่านั้นยังไม่พอ การแตกกิ่งก็ยังไม่เป็นระเบียบเหมือนชาวบ้านเขา ผิวเปลือกสีน้ำตาลหรือสีเทาคล้ำ เป็นตุ่มหรือปม แตกระแหงเป็นร่องตื้นๆ เมื่อเฉือนเนื้อจะมียางสีแดง

“ ใบ ” เป็นใบประกอบขนนก ( pinnately compound leaf) 3 ใบย่อย( trifoliolate) ติดเรียงเวียนสลับแน่นบริเวณปลายกิ่ง “ ใบกลาง ” เป็นรูปมนกว้างเกือบกลม ปลายใบมน โคนใบสอบ โดยใบกลางจะมีก้านใบยาวและใหญ่ที่สุด ใบย่อยเป็นรูปไข่กลับ ( obovate) ปลายใบมน โคนใบแหลมแผ่นใบหนา ลักษณะใบคล้ายรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมีขนทั้งสองด้าน ใบอ่อนมีขนคล้ายไหม ใบแก่เหนียว ด้านบนเรียบ ด้านล่างมีขนเล็กน้อย

สำหรับ “ ดอก ” ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งเหนือรอยแผลใบและตามปลายกิ่ง ฐานรองดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ดอกมีลักษณะเป็นดอกถั่วขนาดใหญ่ มีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกมีสีเหลืองถึงแดงแสด ว่ากันว่าดอกสีแสดเหลืองจะหายากมาก ขณะที่ “ ทองกวาว ” ออกดอกจะทิ้งใบจนหมดต้น และมีดอกเต็มพรึบไปทั่วทั้งต้น คล้ายกับต้น “ ทองหลางด่าง ” หรือ “ ปาริชาต ” ออกช่วงระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม “ ผล ” มีลักษณะเป็นฝักแบน โค้งงอเล็กน้อย ฝักยาวประมาณ 10 - 12 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 - 3เซนติเมตร เปลือกนอกสีน้ำตาลอ่อน ภายในฝักมีเมล็ดแบน 1 - 2 เมล็ดอยู่ที่ปลายฝัก

ส่วนที่ใช้เป็นยา ?

“ เนื้อไม้ ” เมื่อแห้งจะมีน้ำหนักเบา และหดตัวมาก ใช้ทำกระดานกรุบ่อน้ำ “ เปลือก ” ใช้ทำเชือกและกระดาษ “ ดอก ” ให้สีแดงใช้ย้อมผ้า แก้ไข้ ขับปัสสาวะ หยอดตาแก้ตาแดง “ แก่น ” ทาแก้ปวดฟัน ” ใบ ” ตำพอกฝีและสิว ถอนพิษ แก้ปวด ท้องขึ้น ริดสีดวง เข้ายาบำรุงกำลัง “ ราก ” ประคบบริเวณที่เป็นตะคริว ขับพยาธิ เมล็ดใช้บำบัดพยาธิภายใน “ ยาง ” แก้ท้องร่วง “ เมล็ด ” ใช้ขับพยาธิตัวกลมบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาว ทาแก้คันและแสบร้อน

การปลูก ?

การปลูกนิยมปลูกลงในบริเวณกลางแจ้ง เนื่องจาก “ น้องทองกวาว ” ต้องการแสงแดดจัด และชอบดินร่วนซุย ถ้าปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านหรืออาคารควรให้มีระยะห่างที่เหมาะสม เพราะทองกวาวเป็นไม้ที่มีทรงพุ่มใหญ่พอสมควร อาจสร้างปัญหาให้กับผู้อยู่อาศัยได้ ขยายพันธุ์ ด้วยการตอนกิ่ง และเพาะเมล็ด โดยนำไปแช่น้ำเป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นอีกประมาณ10 วันเมล็ดจึงจะงอก

รสและสรรพคุณยาไทย ?

...มาถึงจุดไคลแม็กซ์ที่สาวๆรอคอย ก็คือ สรรพคุณในการเพิ่มขนาดเต้า ที่มี ดร. อุษา กลิ่นหอม นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ออกมาให้ข้อมูลว่า สารสกัดจากเปลือกของน้องทองกวาว ช่วยเพิ่มหน้าอกหน้าใจให้โตขึ้น 3-4 เท่าตัว จากการที่นำไปทดสอบกับหนูถีบจักร โดยพบว่าเปลือกมีฮอร์โมนคล้ายเอสโตรเจนที่ผู้หญิงมี แต่ทว่า...ของที่มีประโยชน์ก็ต้องโทษแฝงมาก็คือ มีผลข้างเคียงต่อตับ ลดจำนวนอสุจิและการตกไข่

ดังนั้น ด้วยวิจารณญาณแล้ว สตรีที่กำลังตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทานส่วนต่างๆของต้นทองกวาวเลย ผมว่ารอให้นักวิจัยได้ทำการทดลองจนเป็นที่แน่นอนว่าไม่มีผลกระทบใดๆต่อร่างกายจะดีกว่า ที่จะเอามากินสุ่มสี่สุ่มห้า เอาเป็นว่า..ถ้าอยากเพิ่มอึ๋มละก็..อดใจรออีกสักนิด รับรองได้อึ๋มสมใจแน่นอนครับ